ประสิทธิผลการนวดไทยร่วมกับการใช้ยาสหัสธาราในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อบ่า

  • ปริยาภัทร สิงห์ทอง
  • วะนิดา ศูนยะราช
  • เพ็ญนภา ไพคำนาม
Keywords: การนวด, สหัสธารา, กล้ามเนื้อบ่า, Massage, Sahasthars, Muscle pain shoulder

Abstract

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาประสิทธิผลของการนวดไทยกับการใช้ยาสหัสธาราในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อบ่าหรือต้นคอ โดยคัดเลือกอาสาสมัครชายหญิง อายุ 16 – 64 ปี มีอาการปวดกล้ามเนื้อบ่าหรือต้นคอ ที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสกลนคร หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท จํานวน 76 คน โดยแบ่งอาสาสมัครออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน กลุ่มที่ 1 รักษาด้วยการนวดไทยร่วมกับการใช้ยาสหัสธารา ได้รับการนวดไทยในวันที่ 1, 3 และ 7 ครั้งละ 45 นาที ร่วมกับการใช้ยาสหัสธารา ขนาดรับประทาน 500 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร ติดต่อกัน 7 วัน กลุ่มที่ 2 รักษาด้วยการใช้เฉพาะยาสหัสธารา ขนาดรับประทาน 500 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร ติดต่อกัน 7 วัน ประเมินผลระดับอาการปวดก่อนและหลังการรักษาด้วยแบบประเมินระดับความเจ็บปวด ผลการศึกษา กลุ่มที่ได้รับการนวดไทยร่วมกับการใช้ยาสหัสธาราในวันแรก พบว่า ระดับความเจ็บปวดลดลงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < 0.01) แต่กลุ่มที่ได้รับเฉพาะยาสหัสธาราในวันที่ 2 จึงมีระดับความเจ็บปวดลดลงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < 0.01) เมื่อทำการรักษาครบ 7 วัน ทั้ง 2 กลุ่ม มีระดับความปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.01) เช่นกัน

The aim of this study is to determine the effectiveness of Thai Massage combined with Sahasthara durg used for treatment of shoulder or neck muscle pain. Seventy six subjects were selectively recruited from patients with shoulder or neck muscle pain at LuangPu Fab Subhattho SakonNakhon Thai Traditional Hospital with ages between 16-64 years old. These subjects were divided into two groups including: Group 1; Receive Thai massage the day 1, 3, and 7 time of 45 minutes per session combined with medication of one capsule of Sahasatara drug (500 mg) three times per day before a meal for 7 days; Group 2; Receive only one capsule of Sahasatara drug three times per day before a meal for 7 days. Visual analog scale was used to determine the level of pain before and after intervention. The result showed the significant reduction of muscle pain in group 1 who received Thai Massage combined with Sahasthara drug in the first day (p < 0.01). However, in group 2 it indicated a significant decrease of muscle pain on the second day of medication (p < 0.01). After 7 days of treatment, both groups had significantly reduced the pain scores with statistically significance (p <0.01).

References

1. พีระดา จันทรวิบูลย, ศุภะลักษณ ฟักคํา. ประสิทธิผลของการนวดแบบราชสํานักในการรักษา กลุมอาการ ปวดกลามเนื้อหลังสวนบนของผูมารับบริการในศูนยวิชาชีพการแพทยแผนไทย ประยุกต. มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา. 2553.
2. สํานักนโยบายและยุทธศาสตร กองกระทรวงสาธารณสุข. สรุปรายงานการป่วย พ.ศ. 2556. สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์. 2557.
3. สุภารัตน สุขโท, อุไรวรรณ ชัชวาลย, วิชัย อึงพินิจพงศ, สมศักดิ์ เทียมเกา. ผลทันทีของการนวดไทยตอการบรรเทาอาการปวดในการบําบัดกลุมอาการปวดศีรษะ จากความเครียดแบบเรื้อรังและไมเกรน. วารสารเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด. 2555; 220-234.
4. รมศ์ฤดี เกลี้ยงดา. ประสบการณ์อาการปวดศีรษะ วิธีจัดการอาการและคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวกับสุขภาพในผู้ป่วยบาดเจ็บศีรษะเล็กน้อย. กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล, 2552.
5. Siberstein SD. Tension-type headache. Headache 1994; 2-7.
6. Samranpat W, Boonprakob Y, Eungpinichpong W, Puntumetakul R. The immediate effect of individual posture of Thai yoga stretching on back flexibility. 12th National graduate research conference. February 12-13, 2009.
7. กลุ่มงานส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร สถานบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข. รายงานผลการศึกษาแนวทางการพัฒนากลุ่มโรคร่วมผู้ป่วยในด้านการแพทย์แผนไทย. สำนักกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพฯ.
8. ประพจน์ เกตรากาศ, รัชนี จันทร์เกษ, บรรณาธิการ. รายงานสถานการณ์แพทย์พื้นบ้าน การแพทย์แผนไทยการแพทย์ทางเลือก ประจำปี พ.ศ. 2548 – 2550. กรุงเทพฯ: นมัสฟิล์ม; 2549.
9. คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา. บัญชียาจากสมุนไพร พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2554.
10. ขุนโสภิตบรรณาลักษณ์ (อำพัน กิตติขจร). คัมภีร์แพทย์แผนโบราณ เล่ม 2. กรุงเทพฯ: สำนักนายยกรัฐมนตรี. 2513; 269.
11. ปรีชา หนูทิม, วารณี บุญช่วยเหลือ, ณัฎฐิญา ค้าผล. การเปรียบเทียบประสิทธิผลของยาสหัสธารากับยาเม็ดไดโคลพีแนคในการลด อาการปวดกลามเนื้อ. วารสารการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก. 2556; 54-65.
12. วิชัย อึงพินิจพงศ์. การนวดแผนไทยเพื่อการบำบัดโรค. สุวีริยาสาส์น กรุงเทพฯ. 2551
13. J. Tsao C. Effectiveness of Massage Therapy for Chronic, Non-malignant Pain: A Review. Evid Based Complement Altern Med. 2007; 165 – 179.
14. กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไปสาขาเวชกรรม เล่ม 1. ม.ป.ป. 1-19
15. บังอร ศรีพาณิชกุลชัย, และคณะ. การตรวจสอบฤทธิ์กลายพันธุ์และต้านการก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดยาแผนโบราณไทย. วารสารวิจัยมข. 2550; 492 - 498.
16. ยุทธพงษ์ ศรีมงคล, และคณะ. การเปรียบเทียบสรรพคุณของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงกับไดโคลฟีแนคเป็นยาบรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่าง. ;วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 2550; 17–23.
17. ชาธิปัตย์ เครือพานิชย์, อุไรวรรณ ชัชวาล, วิชัย อึงพินิจพงศ์, กรรณิการ์ คงบุญเกียรติ. ผลแบบทันทีของการนวดไทยในการบรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยปวดศีรษะจาก ความเครียดแบบ Episodic tension-type headache. วารสารเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด. 2554; 57 - 70.
18. ธนารัตน์ ศรีผ่องงาม, และคณะ. ผลทันทีของการนวดฝ่าเท้าที่มีผลต่อการไหลเวียนเลือดของไตในผู้ที่มีสุขภาพดี: การเปรียบเทียบผลการทดลองก่อนและหลัง. วารสารกายภาพบำบัด. 2556; 141-147.
Published
2016-07-13